อาหารพื้นเมืองจังหวัดยะลา

อาหารพื้นเมืองจังหวัดยะลา 

โอ่ต้าว

            เป็นอาหารว่างยามบ่ายหรือยามดึกยอดนิยมอีกอย่างของคนภูเก็ต  คล้ายขนมแป้งผัดของสงขลา  หรือหอยทอดภาคกลาง  แต่ไม่ใส่ถั่วงอกบางคนเรียกว่า  “หอยทอดฮกเกี้ยน”  ใช้หอยดิบ  หรือ  หอยนางรมตัวเล็ก  และเผือกนึ่งหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า  เป็นเครื่องปรุงหลัก  ทอดกับแป้ง  ไข่  และกุ้งแห้ง  โรยหน้าด้วยกากหมูกินกับถั่วงอก  กุยช่าย  หรือต้นหอม  ลักษณะเมื่อทอดเสร็จแล้วเนื้อแป้งจะนุ่ม  เหนียวกว่าหอยทอดทางภาคกลางที่แป้งมักจะกรอบ  ในอดีตนิยมใช้โอ่ด้าวเลี้ยงแขกในวันเคลื่อนย้ายศพไปฝังหรือเผา  เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ลูกหลานและผู้ไปร่วมงาน  ปัจจุบันโอ่ด้าวถือเป็นเมนูอร่อยที่นักท่องเที่ยวมักถามหา  ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไปในเมืองภูเก็ตโดยเฉพาะแถวตลาดเกษตร
 
                
                            โลบะ


            จุดมุมถนนตรงสี่แยกถนนเยาวราชตัดถนนตะกั่วป่า  จังหวัดภูเก็ต  จะมีใครบ้างรู้ว่าภายในบริเวณโรงเรียนหลังคาสังกะสีจะซ่อนของหรอย ๆ  ไว้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นหมี่ฮกเกี้ยนหรือหมี่สั่วผัด  หมูสะเต๊ะและอาหารตามสั่ง  ภายในบริเวณนั้นยังมีของอร่อยที่กำลังจะหาชิมได้ยากอีกหนึ่งรายการ  นั่นคือ  “โลบะ”
                โลบะ  แท้จริงแล้วก็คือ  เครื่องในและหูหมูพะโล้ที่นำมาทอด  วิธีการกินจะนำไปจิ้มกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ  ของแต่ละร้าน  ส่วนใหญ่น้ำจิ้มจะปรุงรสด้วยน้ำส้มขาม  (น้ำมะขามเปียก)  เกลือ  และน้ำตาล  โลบะ  และน้ำตาล  โลบะ  นับวันจะหาชิมยากมีขายอยู่ไม่กี่แห่งนอกจากที่นี่แล้ว  ก็ยังพอจะหากินได้แถว ๆ  ทางไปสะพานหิน  ซึ่งก็มีความอร่อยไม่แพ้กัน  สำหรับร้านไหนจะอร่อยกว่ากันก็ต้องฝากให้ไปพิสูจน์กันเอาเอง
                ชาวภูเก็ตฝากบอกว่าโลบะ  คืออีกหนึ่งของกินที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาด

 แป้งแดง

      
                เป็นอาหารพื้นบ้านของคนบ่อยาง  (อำเภอเมืองสงขลา)  ทำจากการหมักเนื้อปลาหรือเนื้อหมู  แต่ส่วนใหญ่ที่นิยมคือ  แป้งแดงปลาเมื่อหมักเสร็จแล้วจะมีลักษณะเป็นสีแดงอมชมพู  จึงเรียกแป้งแดง  การปรุงแป้งแดงปรุงได้หลายวิธี  อาทิ  เอาไปห่อใบกล้วยหมกไฟทอดกับไข่ก็ได้  นำไปหลนปรุงรสให้หรอย  หรือเอาไปนึ่งกับไข่โรยหน้าด้วยหอมแดงซอย  ดีปลีสด  (พริกสด)  กลิ่นจะหอมหวนยวนใจ  คลุกข้าวร้อน ๆ  มีผักเหนาะ  เช่น  ลูกแตง  (แตงกวา)  ลูกตอ  (สะตอ)  ลูกเขือ  ลูกถั่ว  (ถั่วฝักยาว)
                สาว่า  (สงสัย)  ข้าวหม้อหนึ่งไม่พอเสียแล้ว 

นาซิดาแฆ

            ยามเช้าของ  3  จังหวัดชายแดนใต้สุด  ปัตตานี  ยะลา  และนราธิวาส  สิ่งหนึ่งที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาดที่จะแสวงหาเอามาชิม  คือ  “นาซิดาแฆ”  สุดยอดอาหารเช้าและอาหารพื้นบ้านของพี่น้องชาวไทยมุสลิม  ที่สามารถเรียกความสนใจจากนักชิมทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติศาสนาใด  ไทยพุทธ  ไทยจีน  หรือคนต่างชาติที่มาเยือน
                นาซิดาแฆ  เป็นอาหารคาวชนิดหนึ่งของชาวไทยมุสลิม  ซึ่งมีลักษณะคล้ายข้าวมันไทย  ส่วนประกอบได้แก่  ข้าวเจ้ากับข้าวเหนียวนำมามูลกับกะทิ  ใส่เม็ดฮาลือบอ  (เครื่องเทศเม็ดเล็ก ๆ  สีอ่อน)  นำมานึ่ง  เมื่อตักใส่จานโรยหน้าด้วยมะพร้าวข้าวเหนียวคั่ว  ทำให้รู้สึกเนือย  (หิว)  ขึ้นมาทันที  ยิ่งเมื่อได้เห็นแกงในสำรับที่มีให้เลือกทั้งแกงปลาชิ้นใหญ่  แกงไก่  หรือแกงเนื้อ  เพียงเท่านี้ก็ยากที่จะอดใจอยู่แล้ว
                 การกิน  “นาซิดาแฆ”  ที่จังหวัดปัตตานีเท่าที่สังเกตจะนิยมกินกับแกงปลาส่วนที่จังหวัดยะลา  และนาธิวาส  นิยมที่จะกินกับแกงไก่  โดยจะเป็นแกงกะทิที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศกลิ่นหอม  ปรุงรสให้ออกเค็มนำหน้า  เสิร์ฟพร้อมไข่ต้มผ่าซีกและผักสด  เช่น  แตงกวา  บอกได้เลยว่านี่คือ  อีกหนึ่งมื้อที่จะประทับใจไม่รู้ลืม
 
 
ก๋วยเตี๋ยวโรงงิ้ว

  
            ณ  โรงงิ้วของศาลเจ้าติดถนนนางงาม  อำเภอเมืองสงขลาทุกวันตั้งแต่สาย ๆ  เป็นต้นไป  เราจะเห็นผู้คนทยอยมุดเข้า  มุดออกใต้ถุนโรงงิ้ว  เข้าเข้าไปทำอะไรกัน  หลายคนที่สงสัยก็จะแวะไปก้มดูบางคนหยุดชั่งใจอยู่นิดหนึ่งแล้วก็มุดตามเข้าไป
                ใต้ถุนโรงงิ้วแห่งนั้นเราจะเห็นหญิงชรา  พร้อมอุปกรณ์และเครื่องก๋วยเตี๋ยวจัดวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ
                ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเอ็นหมูคือสินค้าที่หญิงชราเตรียมไว้บริการลูกค้า  และหากต้องการแบบพิเศษก็จะมีตีนไก๋ตุ๋นจนเปื่อยเพิ่มให้อีก  2-3  ชิ้น  ถ้าถามถึงความเก่าของร้านก๋วยเกี๋ยวแห่งนี้ก็อาจจะเปรียบเทียบดูได้จากสภาพความเก่าแก่ของโรงงิ้ว  และริ้วรอยที่ผิวหนังและใบหน้าของคุณยาย  ซึ่งก็ขายมาตั้งแต่โรงงิ้วเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ  และยังเป็นสาวอยู่
                ความอร่อยคงต้องการการันตีกันที่ความเก่าแก่ของร้านกับปริมาณคนที่มุดเข้า  มุดออก  และอยากจะขอบอกว่า  อย่ากินให้อิ่มมากเพราะจะลำบากตอนมุดออก  ถ้าไปไม่ถูกและอยากจะแวะไปชิมถามคนที่สงขลาว่าก๋วยเตี๋ยวโรงงิ้วอยู่ที่ไหน  ท่านก็จะได้คำตอบทันที 
 
 
หมูฮ้อง

                เป็นเรื่องของหมูล้วน ๆ  ใครที่ถูกโรคกับหมู  (นิยมชมชอบของหมู ๆ)  ไม่สมควรพลาดเมนูนี้โดยเด็ดขาด  เพราะเป็นอาหารที่ถูกปากถูกคอคนรักหมูปรุงโดยเอาหมูเนื้อแดง  หรือหมูติดมันต้มจนเปื่อยได้ที่  ปรุงรสโดยน้ำผึ้งแว่น  น้ำปลา  และใส่ซีอิ๊วดำให้มีสีสันดูน่ากินยิ่งขึ้น  มีรสชาติหวาน  เค็ม  และมีกลิ่นหอมของกระเทียม  หอมแดงรวมทั้งเครื่องเทศอื่น  เช่น  โป๊ยกั๊ก  กินกับข้าวสวยร้อน ๆ  คู่กับอาหารรสจัด  เช่น  แกงส้ม  หรือบูดู  แถมด้วยปลาแห้ง  พร้อมผักเหนาะส่าว่าหรอยเหลือเหตุ  (คาดว่าอร่อยมาก)  หมูฮ้องอุ่นไว้กินได้หลายวัน  และยิ่งหลายวันยิ่งมีรสชาติดีขึ้น  สามารถหากินได้ที่ร้านครัวสะป่าในตัวเมืองภูเก็ต
                สำหรับที่จังหวัดสงขลาการปรุงหมูในลักษณะนี้จะเรียกว่า  “หมูค่อง”  เครื่องปรุงมีความแตกต่างกันเล็กน้อย  จะใช้หัวหอมและกระเทียมตำคลุกกับหมูหมักไว้  ก่อนจะนำไปต้มจนเหลือน้ำขลุกขลิก  ส่วนจังหวัดตรังจะแตกต่างกันที่ใส่เผือกลงไปต้มด้วย  และเรียกว่า  “โกยุบ”
 
 ที่มาhttp://download.clib.psu.ac.th/datawebclib/exhonline/southfood/page3.html

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s