อาหารพื้นเมือง จังหวัดลำปาง

ลาบลำปาง
Image

                                        อาหารเหนือตัวจริง ต้อง “ลาบลำปาง”

 มารู้จักที่มาของลาบลำปางกันเถอะ

ลาบลำปาง เป็นอาหารพื้นเมืองของภาคเหนือที่นิยมกินกันมากที่สุดหรือ ถือว่าเป็นอาหารถิ่นของคนลำปางเลย ซึ่งลำปางก็นิยมรับประทานกัน คือ มีนำเนื้อหมู วัว ที่ดิบมาลาบแล้วใส่เครื่องปรุงรสที่มีรสเผ็ดจัด โดยลาบในภาคเหนือนั้นส่วนใหญ่จะเป็นลาบดิบ และมีผักต่างๆ ได้แก่ แตงกวา กระถิ่น ฯลฯ รับประทานควบคู่ไปด้วย อาหารชนิดนี้ส่วนใหญ่คนในภาคเหนือจะทำรับประทานกันในเมื่อมีงานใหญ่ๆ เช่น งานแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ เพราะจะนำมาเลี้ยงแขกที่มาในงาน ส่วนความแตกต่างระหว่างลาบลำปางกับลาบเชียงใหม่คือ ลาบลำปางจะใส่มะแขว๋น แต่ลาบเชียงใหม่จะไม่ใส่มะแขว๋น

 สิ่งที่ต้องเตรียมในการทำนั้นคือ

เริ่มจากเตรียมเนื้อหมูดิบ วัวดิบ ที่สับเสร็จแล้ว จากนั้นก็เตรียม เครื่องใน เช่น ตับ ผ้าขี้ริ้ว เป็นต้น อีกทั้งยังเตรียมเลือดสด น้ำพริกลาบ ผัก เช่น แตงกวา กระถิ่น ฯลฯ

 ขั้นตอนการทำลาบ

อย่างแรกคือนำเนื้อหมูสด วัวสด มาสับในละเอียด โขลกเครื่องเทศรวมกัน ได้แก่ พริกแห้งคั่วไฟอ่อน เกลือ หอม ตะไคร้ มะแขว่น ข่า จากนั้นนำเครื่องในหมู วัว ไปต้มให้สุกพอดี แล้วหันเป็นชิ้นๆ พอสมควร แล้วนำเครื่องเทศ (น้ำพริกลาบ) และ เนื้อหมู หรือวัวสดที่สับเสร็จ มาคลุกเคล้า โดยใส่เลือดลงไปให้พอดี ไม่มากพอคลุกคลิก แล้วใส่เครื่องในที่หันเสร็จแล้วลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน โดยชิมรสตามต้องการ เสร็จแล้วนำผักชีไปโรยหน้า ขั้นตอนสุดท้ายตักใส่ถ้วย และเตรียมผักใส่ในจาน

ที่มาhttp://foodlp.igetweb.com/index.php?mo=3&art=513148

 

Advertisements

อาหารพื้นเมือง จ.สตูล

อาหารพื้นเมือง จ.สตูล
ชุมชนคนท้องถิ่น I จันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2554

Image

 

สตูล มาจากภาษามลายูว่า “สโตย” แปลว่า ต้นกระท้อน เพราะบริเวณนี้มีกระท้อนขึ้นอยู่มาก

จ.สตูล ตั้งอยู่ตอนใต้สุดด้านตะวันตกของประเทศไทย ฝั่งทะเลอันดามันทางทิศใต้ติดต่อกับรัฐเคดะห์ ประเทศมาเลเซีย ทำให้มีวัฒนธรรมที่ผสมผสานจากตอนใต้ของดินแดนไทย มุสลิม และชาวจีน ที่เดินทางไปมาอยู่ในบริเวณนี้ตั้งแต่อดีต

รวมถึงวัฒนธรรมอาหารที่ได้อิทธิพลจีนและมุสลิมมาเลเซียปะปนจนเป็นอาหารแบบสตูล เช่น

ชาชัก ของขึ้นชื่อของสตูล และเป็นจุดเริ่มต้นของชาชักแห่งแรกในไทย โดยคุณวรรณา ​แช่ตัน ​เจ้าของร้าน “ขอบคุณสตูล” คิดหา​เครื่องดื่มที่​เหมาะทานคู่กับ​โรตี ฝึกชงชาชักที่ได้ดูและชิมในมาเลเซีย มาพัฒนาสูตรใน​แบบของตน​เอง ชาชักสตูลนิยมทานคู่กับโรตีแกงแพะ แกงไก่ หรือแกงเนื้อ เพิ่มรสชาติในการดื่มชาชักให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น

ข้าวเหนียวอัดหรือเหนียวเขียว เป็นขนมพื้นเมืองของชาวจีนในสตูล โดยเฉพาะใน ต.ฉลุง และ ต.พิมาน อ.เมืองสตูล เป็นข้าวเหนียวผสมน้ำดอกอัญชัญนึ่งกับ กะทิ เกลือ และสารส้ม แล้วอัดข้าวเหนียวลงในลังไม้ให้แน่น จนได้ข้าวเหนียวอัดตามขนาดของลังไม้ นำมาหั่นหรือตัดเป็นชิ้นตามที่ต้องการ รับประทานกับสังขยา

แกงตอแมะห์ มาจากภาษามลายูว่า ตูมิห์ (TUMTH) หมายถึง การผัดเครื่องแกงคลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำกะทิสดหรือน้ำมัน เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวมุสลิม ในมาเลเซีย และมาเป็นอาหารพื้นเมืองชาวสตูล รับประทานกับข้าวมัน หรือโรตี ทำจาก ปลา, กะทิ, มะขามเปียก, ขมิ้น, พริกแห้ง, หอมแดง, เครื่องเทศและสมุนไพรอีกหลายชนิด

ที่มา http://www.sujitwongthes.com/2011/08/kom29082554/

อาหารพื้นเมือง จังหวัดนครราชสีมา

ผัดหมี่โคราช

หมี่โคราชเป็นอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่นแถบนี้ นิยมรับประทานตอนมือกลางวัน เป็นอาหารประจำที่ทำกินกันทุกบ้าน โดยเฉพาะตอนงานบุญต่างๆ ทั้งงานบวช งานแต่ง และงานเฉลิมฉลองทั้งหลาย หมี่โคราชจะทานคู่กับส้มตำโคราชการผลิตเส้นหมี่ จะผลิตในหมู่บ้านทั่วๆ ไปแต่แหล่งผลิตที่สำคัญ ทำเป็นอาชีพ ส่งขายทั่วไป ได้แก่ หมี่พิมาย อำเภอพิมาย หมี่กระโทก อำเภอโชคชัย หมี่ตะคุ อำเภอปักธงชัย หมี่กุดจิก อำเภอสูงเนิน หมี่จักราช อำเภอจักราช การทำเส้นหมี่ ได้ถ่ายทอดสืบต่อกันมา เป็นภูมิปัญญา ในการพลิกแพลงอาหาร จากแป้งได้เป็นอย่างดี

ผัดหมี่โคราช

ข้าวแผะ

อาหารพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวโคราชอีกจานหนึ่ง ข้าวแผะเป็นอาหารจานเดียวมีคุณค่าทางอาหารครบหมู่ ลักษณะคล้ายข้าวต้มเครื่องซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาของผู้เฒ่าผู้แก่ชาวโคราชใน สมัยก่อนที่ต้องการจะสอนให้ลูกหลานกินผักเป็น โดยจะมีการใส่ผักหลายๆ ชนิด เช่น ฟักทองอ่อน ดอกฟักทอง เห็ด บวบ ตำลึง ข้าวโพดอ่อน  ใบแมงลัก  โดยกรรมวิธีการปรุงข้าวแผะนั้นก็มีด้วยกันหลากหลายสูตรตามแต่ละท้องที่ โดยบางสูตรอาจจะมีการใส่น้ำปลาร้า บางสูตรจะมีการใส่น้ำกระทิ เป็นต้น

ข้าวแผะ

ขนมจีนโคราช

ขนมจีนที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันมากคือ ขนมจีนของ “บ้าน ประโดก” ซึ่งอยุ่ในตัวเมืองโคราช คนในหมู่บ้านนี้มีอาชีพทำขนมจีนมาตั้งแต่โบร่ำโบราณขนมจีนบ้านประโดกได้ชื่อ ว่า เส้นเหนียว เนื้อนุ่ม และสีขาวไม่มีกลิ่น ชาวบ้านประโดกมีเคล็ดลับในการทำขนมจีนมาตั้งแต่บรรพบุรุษถึงการเลือกใช้ข้าว เจ้าในการหมักทำแป้ง รวมทั้งวิธีตำแป้งข้าวเจ้าให้เหนียว ก่อนที่จะนำมาโรยเป็นเส้นในน้ำเดือด เมื่อสักสี่..ห้าสิบปีก่อน ชาวบ้านประโดกจะหาบขนมจีนมาขายในตลาดเทศบาลโคราชตั้งแต่ตีห้า-ตีหก บางคนก็ทำแกงไก่ชนิดแกงแดง น้ำยา น้ำพริก มาขายคู่กับขนมจีนด้วย แกงไก่ของชาวบ้านประโดกจะแปลกกว่าแกงไก่ ที่ไหน คือจะใส่เลือดไก่เป็นก่อนโต ๆ ใส่ทั้งเครื่องในไก่ที่มีกึ๋น ตับ ผูกกับไส้ไก่เป็นพวง นอกจากนั้นก็ยังมีตีนไก่ ปีกไก่ ใส่ลงมาด้วย ทำให้แกงไก่ชนิดแกงแดงของที่นี่ขึ้นชื่อ ปัจจุบันในหมู่บ้านประโดก ห่างจากจังหวัดไปทางไทรงามพิมาย ตามถนนสายมิตรภาพประมาณ 5-6 กิโลเมตร มีร้านขายขนมจีนแกงไก่ น้ำพริก น้ำยา อยู่ในหมู่บ้านประโดกเป็นสิบ ๆ เจ้า ขายตั้งแต่เช้าไปจนถึงเย็น ขนมจีนบ้านประโดกจึงเป็นของกินที่ขึ้นชื่อมากของเมืองโคราช

ขนมจีนประโดก

ไก่ย่างโคราช

อาหารโคราช ที่ขึ้นชื่ออีกอย่างคือ…ไก่ย่าง แค่ตนโคราชย่างไก่ไม่เหมือนคนอีสานจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งจะย่างแบบธรรมชาติ คือใช้เกลือ พริกไทย สูตรไก่ย่างของคนโคราชจะใส่เครื่องเทศจีน จำพวกเครื่องพะโล้และผงผสมเครื่องยาจีน ทำให้มีกลิ่นอายแตกต่างไปจากไก่ย่างอีสานทั่ว ๆ ไป ไก่ย่างที่มีชื่อดั้งเดิมมานานนับร้อยปีของโคราชคือ “ไก่ย่างท่าช้าง” ชื่อนี้เป็นชื่อกิ่ง อำเภอเก่า และเปลี่ยนเป็นอำเภอจักราชไก่ย่างเจ้าดั้งเดิมจึงถูกเรียกชื่อใหม่เป็น “ไก่ย่างจักราช” ไก่ย่างท่าช้างสมัยเมื่อ 40-50 ปีก่อนขายอยู่ริมทางรถไฟหน้าสถานีท่าช้าง ไม่มีขายที่อื่น ใครอยากกินต้องนั่งรถไฟไป ต่อมาเมื่อมีถนนไปถึง คนโคราชก็จะนั่งรถไปประมาณ 40 กิโลเมตร จึงจะได้กินกัน แต่ปัจจุบันมีผู้รับมาขายในตัวเมืองหลายเจ้า บางทีก็ไม่ใช่เจ้าเก่าแก่ที่จักราช เวลาซื้อต้องสอบถามให้แน่ใจ นอกเหนือจากไก่ย่างแล้ว เมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา ที่อำเภอพิมายก็มี “เป็ด ย่าง” ขาย โดยทำเช่นเดียวกับไก่ย่างจักราช ได้รับความนิยมกันพอประมาณ แต่ก็นับว่าเป็นเป็ดย่างที่แปลกและอร่อยพอแนะนำได้ เพราะคนย่างอ้างว่าใช้เกลือสินเธาว์ ซึ่งมีอยู่มากมายทั่วอำเภอพิมาย จึงทำให้เป็ดย่างมีรสเค็มแตกต่างไปจากการย่างเป็ดหรือไก่ทั่ว ๆ ไป ปัจจุบัน ไก่ย่างท่าช้าง ต้นตำรับ ตั้งอยู่เยื้องๆ กับที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ปากทางเข้าตลาดท่าช้าง หรือสถานีรถไฟท่าช้าง นั่นเอง

ไก่ย่างท่าช้าง

ส้มตำโคราช

ยังมีความเข้าใจผิดกันอยู่เกี่ยวกับส้มตำว่ามีเพียง 2  ชนิดคือส้มตำไทยกับส้มตำลาวเท่านั้น ความจริงแล้วก็ยังมี “ส้มตำโคราช” อีกอย่างที่คนไม่รู้จัก แม้กระทั่งคนโคราชรุ่นใหม่ ๆ รวมทั้งคนภาคกลางคิดว่าส้มตำโคราชคือส้มตำลาว ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ ส้มตำโคราชไม่ใช่ส้มตำไทย ใส่ถั่วลิสง กุ้งแห้ง และส้มตำโคราชก็ไม่ใช่ส้มตำลาว ใส่ปลาร้า ลูกมะกอกป่าสุก“ส้มตำโคราช”..มี สูตรเฉพาะมาตั้งแต่โบราณว่า จะต้องใส่ปลาป่น ซึ่งเป็นปลาฉลาดตากแห้งรมควัน ใส่ขิง และใส่น้ำปลาร้าต้มหรือไม่ก็ต้องเป็นปูนาดอง รสชาติของส้มตำโคราชจะออกเปรี้ยว เผ็ด เค็ม และมีหวาน ซึ่งจะแตกต่างไปจากส้มตำลาวที่จะไม่มีหวาน และส้มตำไทยจะไม่มีเปรี้ยว รวมความว่า ส้มตำโคราชเป็นส้มตำผสมผสานกันระหว่างส้มตำไทยกับส้มตำลาว หากอยากรู้รสจะต้องขอร้องคนโคราชเก่า ๆ ที่มีอายุห้า…หกสิบปีขึ้นไป อาจจะยังพอทำ

ที่มา    :   http://www.niecc.cddkorat.com/index.phpoption=com_content&view=article&id=74&Itemid=59

อาหารพื้นเมืองของจังหวัดชลบุรี

อาหารพื้นเมืองของจังหวัดชลบุรี
Image

 

 ปลาคก เป็นอาหารประจำของชาวจังหวัดชลบุรี ทำจากปลาตะเพียนต้มกับผักกาดดอง ตะไคร้ กระเทียม พริกแห้งและเกลือ ใส่ปลาไว้บนสุด เคี่ยวบนไฟอ่อนๆ รวมกันกับน้ำเป็ดพะโล้ สำหรับรับประทานกับข้าวต้มหรือข้าวสวย แหล่งผลิตปลาคกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรี อยู่ที่ตำบลบางปลาสร

ขนมจีน ขนมจีนของจังหวัดชลบุรี มีเส้นยาว ขาวสะอาด เหนียว มีผู้สั่งไปใช้ในงานมงคลต่างๆ โดยเฉพาะในงานแต่งงาน เนื่องจากคนไทยมีความเชื่อกันว่า การใช้ขนมจีนเส้นยาวเหนียวใส่ไปใสพานขันหมาก จะทำให้ชีวิตของคู่แต่งงานอยู่ด้วยกันยืนยาว เหนียวแน่น ชนมจีนที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดชลบุรี คือ ขนมจีนที่ทำจากตลาดอำเภอบ้านบึง

ข้าวหลาม เป็นอาหารหวานของชาวจังหวัดชลบุรี มีลักษณะพิเศษ คือ หวาน มัน ทำจากข้าวเหนียว น้ำกะทิ ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ แล้วเผาให้สุก ข้าวหลามที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรี คือ ข้าวหลามหนองมน ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง ชลบุรี ขนมหน้าถั่ว ก้นถั่วและ ขนมหน้าหมู เป็นขนมรับประทานเป็นอาหารว่าง แต่บางครั้งใช้ในงาน บุญ ต่างๆ นับเป็นอาหารพื้นบ้านของจังหวัดชลบุรี ทำจากแป้ง ข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลมะพร้าว ผสมให้ เข้ากันใส่ถ้วยตะไลนำไปนึ่งประมาณ 15-20 นาที ขนมมีรส ชาติหวานมัน เรียกชื่อขนมตามลักษณะที่ทำ คือ ขนมหน้าถั่ว มีถั่วทอง (ถั่วเขียวผ่าซีก) ปิดหน้าถ้วย ตัวขนม ใช้น้ำตาลทรายแทนน้ำตาลมะพร้าว

ขนมก้นถั่ว มีถั่วทองใส่ไว้ที่ก้นถ้วย ตัวขนมใช้น้ำตาล มะพร้าว

ขนมหน้าหมู มีหมูสับ ถั่วลิสงคั่วบด ละใบหอมโรยหน้าถ้วย ตัวขนมเป็นเช่นเดียวกับขนมหน้าถั่ว

แจงลอน เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวชลบุรี จัดอยู่ใน ประเภทอาหารคาว มีเครื่องปรุงเช่นเดียวกับห่อหมก ต่างกันแต่ว่า ห่อหมกใส่กะทิและมีผักต่างๆ เช่น ใบยอ ผักกาด ใบโหระพา แต่แจงลอนจะใส่มะพร้าวขูดที่ไม่ต้อง คั้นกะทิออก และไม่ใส่ผักเหมือนห่อหมก จะมีแต่น้ำพริก ผสมกับเนื้อปลาและมะพร้าวขูด นำมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ เสียบไม้ย่าง เมื่อสุกจะมีกลิ่นหอม ชวนรับประทาน เมี่ยงก๋วยเตี๋ยว ประกอบด้วยแผ่นก๋วยเตี๋ยวตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ประมาณเท่าฝ่ามือ แล้วนำมาห่อใส่เครื่องปรุง ซึ่งประกอบ ด้วยกุ้งแห้ง ถั่วลิสงคั่ว ไข่เจียวหั่นฝอย ถั่วงอกและ ใบกุยช่ายลวก แล้วหยอดน้ำจิ้ม ซึ่งปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาล มะนาว พริกขี้หนู ผักชี ปรุงรสให้ออกเปรี้ยว หวาน เค็ม แล้วแต่ชอบ ปัจจุบันมีการดัดแปลงเพิ่มเติม ส่วนประกอบ คือ เพิ่มหมูต้มหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หัวไชโป๊ว เต้าหู้แข็งหั่นเป็นลูกเต๋า

ขนมต้มขาว ต้มแดง เป็นขนมไทยโบราณที่มีส่วนผสมระหว่างแป้งข้าวเหนียว มะพร้าว และน้ำตาลปีบ มีขั้นตอนการปรุงไม่ซับซ้อน มักนิยมจัดเป็นขนมสำรับเพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆ ร่วม กับการทำบายศรี เช่น การแก้บน การขึ้นศาลพระภูมิ

ที่มา http://chonburi12.wordpress.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5/